1.12.15
สมุนไพรรักษาสิว จากธรรมชาติ 8 ชนิด คืนหน้าสวยใสไร้สิว
1.หอมแดงสด
ทราบกันหรือไม่ว่าหอมแดงสด ประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารต่างๆ ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติที่ช่วยยับยั้งเรื่องของเชื้อโรค แบคทีเรีย ซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเป็นสิวบนใบหน้านั่นเอง สำหรับวิธีการรักษาสิวด้วยหอมแดงสดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำหอมแดงสดมาฝานเป็นแว่นบางๆ หรืออาจจะใช้วิธีการทุบแต่เพียงเบาๆ แล้วแตะน้ำที่ซึมออกมาจากหอมแดงสดนำมาทาตรงบริเวณที่เป็นสิวหรือรอยจุดด่างดำ จะทำให้รอยสิวค่อยๆ จางหายไปในไม่ช้านั่นเองค่ะ
2.มะม่วงสุก
เนื่องจากมะม่วงเป็นผลไม้ที่มีกรดอ่อนๆ ซึ่งมีความสามารถช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ดังนั้นจึงสามารถนำมะม่วงมาใช้ในการแก้ปัญหาสิวได้เช่นเดียวกัน เพียงแค่นำมะม่วงสุก 1 ผล นำมายีจนข้นเหลว จากนั้นเติมน้ำมะนาวประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ ดินสอพอง 1/4 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา จากนั้นก็ยีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำมาปั่น นำส่วนผสมที่ได้มาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดต่อไป
3.ทุเรียน
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุกำมะถัน ซึ่งมีส่วนช่วยให้เม็ดสิวแห้งเร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นไปพร้อมๆ กับการช่วยกระตุ้นให้รูขุมขนผลักสิ่งสกปรกที่มีอยู่ให้ออกมาด้วย สำหรับวิธีการนำทุเรียนมาใช้ในการรักษาสิวสามารถทำได้โดยการนำเนื้อทุเรียนห่ามประมาณ 3-5 ช้อนโต๊ะ หั่นเนื้อทุเรียนให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมาปั่นเข้าด้วยกันกับดินสอพอง 1/4 ช้อนโต๊ะ จนเป็นเนื้อครีมละเอียด แล้วต่อด้วยการล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นนำครีมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วค่อยตามด้วยน้ำเย็นเพื่อให้เกิดการกระชับรูขุมขน ทำประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าปัญหาสิวเสี้ยนบนใบหน้าค่อยๆ ลดลง แถมยังทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มอีกด้วย
4.ใบบัวบก
ทราบกันหรือไม่ว่าสารสกัดในใบบัวบกนั้น มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบและอาการแพ้ต่างๆ รวมทั้งช่วยในการสมานผิว ป้องกันแผลเป็น และลดการสะสมของแบคทีเรียได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว สำหรับการนำใบบัวบกมารักษาสิวนั้น สามารถทำได้โดยการนำใบบัวบกผงมาผสมกับน้ำสะอาด จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทั้งนี้ควรระมัดระวังผิวรอบดวงตา เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคือง หากกระเด็นเข้าดวงตาได้ วิธีการนี้จะทำให้สิวบนใบหน้าแห้งและหายเร็วขึ้นนั่นเอง
5.ว่านหางจระเข้
อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าว่านหางจระเข้นั้น มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงผิว อีกทั้งยังช่วยป้องกันฝ้า ลบรอยของจุดด่างดำ รวมทั้งรักษาสิวบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีการนำว่านหางมาใช้ในการรักษาสิวนั้น สามารถทำได้ด้วยการนำวุ้นจากใบสดของว่านหางจระเข้ มาทาบริเวณที่มีสิว ปล่อยให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออก ทำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ปัญหาเรื่องสิวจะค่อยๆ หายไปจากใบหน้าได้มากแล้วล่ะค่ะ
6.ขมิ้นชัน
ขมิ้นชัน ถือเป็นสมุนไพรที่ได้รับการยกย่องในเรื่องของการรักษาแผลต่างๆ ในร่างกาย อีกทั้งยังมีส่วนในการทำให้ผิวสวยใสได้เป็นอย่างดี เพราะมันมีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวใหม่ เพียงแค่นำ ขมิ้นชันผง 1 ช้อนชา ปูนแดงประมาณครึ่งช้อนชา และน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ นำทั้งสามส่วนผสมมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นล้างหน้าให้สะอาด แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาแต้มที่หัวสิว ทิ้งไว้จนกว่าเนื้อครีมจะแห้ง แนะนำให้แต้มทุกเช้า-เย็น จนกว่าหัวสิวจะยุบและหายไปค่ะ
7.ไพล
ไพลเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ ซึ่งนำมาใช้ในการรักษาสิวได้ด้วยการนำไพลมาละลายลงในน้ำสะอาด จากนั้นนำมาทำความสะอาดในบริเวณที่เป็นสิวอักเสบเป็นประจำทุกวัน วิธีนี้ จะช่วยลดอาการอักเสบของสิวบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี
8.เสลดพังพอน
เสลดพังพอนเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ซึ่งสามารถนำมารักษาสิวบนใบหน้าได้ด้วยการนำน้ำที่สกัดจากเสลดพังพอน มาทาในบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ รับรองได้เลยว่าวิธีนี้จะช่วยลดอาการอักเสบของสิวลงได้อย่างแน่นอน
สาวๆ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องของสิวบนใบหน้า จนไม่รู้ว่าจะเลือกใช้วิธีการรักษาอย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยหลังจากการรักษา ขอแนะนำให้ลองหันมาใช้ สมุนไพรรักษาสิว โดยสมุนไพรต่างๆ ที่เราได้นำเสนอกันไปข้างต้นค่ะ เพราะสมุนไพรเหล่านั้น นอกจากจะช่วยในการรักษาสิวได้เป็นอย่างดีแล้ว มันยังไม่ก่อให้เกิดอันตายใดๆ แก่ผิวหน้าอีกด้วยค่ะ
เคล็ดลับบำรุงร่างกายและผิวพรรณให้อ่อนเยาว์ด้วยสัปปะรด
สัปปะรดกับการรักษาโรค
วิตามินซีที่มีอยู่มากในผลไม้ชนิดนี้จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้แลดูเปล่งปลั่ง และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย อีกทั้งยังมีแคลเซียมที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ซึ่งใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเหงือกและฟัน เช่น เหงือกร่น เสียวฟันบ่อยๆ ลองกินสัปปะรดเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพในช่องปากของเราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ สารโบลามีในสัปปะรดยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ย่อยอาหาร บำรุงไต และที่สำคัญก็คือ จะช่วยทำปฏิกิริยาต่อต้านการเพิ่มจำนวณของเซลล์มะเร็งภายในร่างกายได้ด้วย ซึ่งถ้าหากเรานำรากและใบสับปะรดสด ไปต้มกับน้ำและนำมาดื่ม ก็จะใช้ดื่ม ก็จะช่วยขับปัสสาวะ ทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร และระบบลำไส้ได้เป็นอย่างดี
สัปปะรดช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
– วิตามินซีในสัปปะรดจะช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ร่างกายของเราจึงไม่ติดเชื้อได้ง่าย
– เพราะในสับปะรดนั้นมีกากใยอาหารมากมาย จึงเป็นตัวช่วยลดคอเลสเตอรอลและควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งได้อีกด้วย
– ในสับปะรดจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส ที่มีส่วนช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของเซลล์ภายในร่างกาย
– เอนไซม์โบรมีลีนจะช่วยยับยั้งการอักเสบของผิวหนังหรือบาดแผลได้ ซึ่งชาวอเมริกาในสมัยโบราณใช้สับปะรดเป็นยารักษาโรคผิวหนังและรักษาบาดแผลด้วย
สัปปะรดกับความงาม
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าในสัปปะรดนั้นมีวิตามินหลายชนิดที่ช่วยให้ผิวพรรณและช่วยในเรื่องของการลดความอ้วนด้วย เรามาดูสรรพคุณของเจ้าสัปปะรดในด้านความงามกันบ้างดีกว่าค่ะ
สัปปะรดช่วยบำรุงเล็บให้แข็งแรง และมือให้นุ่มชุ่มชื่น
สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาเล็บเปราะแตกหักง่าย หรือมีปัญหามือแห้งเหี่ยวดูไม่สดใส การกินสัปปะรดจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ นอกจากนี้หากเรานำน้ำสัปปะรดมาแช่มือไว้สัก 20 นาที ก็จะช่วยให้มือนุ่มขึ้นได้ค่ะ
-
สัปปะรดกับการลดความอ้วน
เพราะในสัปปะรดนั้นจะมีกากใยอาหารอยู่มากเป็นพิเศษ เมื่อกินเข้าไปแล้วจึงช่วยให้เราอิ่มท้องได้นานขึ้น แถมยังช่วยย่อยสลายไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วยล่ะ
28.11.15
3 สูตรหมักผมเพื่อบำรุงผมสวยจากธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่มีผมแห้งเส้นผมจะมีลักษณะแดงแตกปลาย กรอบหัก และหลุดร่วงได้ง่าย แต่ก่อนการหมักผมทางที่ดี
คุณควรตัดและเล็มปลายผมกันบ้างเล็กน้อยเพื่อตัดเอาผมที่เสียและแตกปลายออกไป จากนั้นจึงมาหมักผมด้วยสูตรต่างๆ ดังต่อไปนี้
1.1 หมักผมด้วยไข่แดง และน้ำมันมะพร้าวสิ่งที่ต้องเตรียม ไข่ไก่ 2 ฟอง เอาเฉพาะไข่แดง และน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำไข่แดงและน้ำมันมะพร้าวมาผสมให้เข้ากันแล้วนำมาชโลมให้ทั่วเส้นผม แต่ก่อนจะชโลมอย่าลืมหวีผมให้เรียบร้อยกันก่อนด้วยนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผมพันกันและเอาเศษสิ่งสกปรกที่เราอาจจะมองไม่เห็นออกไป จากนั้นให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดตามด้วยการสระผมแบบปกติ วิธีนี้ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน หรือถ้ามีเวลาอาจจะทำมากกว่านั้นใน 1 สัปดาห์ก็ได้นะคะ แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าสุขภาพผมของคุณจะค่อยๆ ดีขึ้น และนุ่มขึ้นได้อย่างที่คุณต้องการ
1.2 หมักผมด้วยน้ำมันมะกอกวิธีนี้จะเลือกใช้เป็นน้ำมันมะกอกแบบอุ่นๆ หรือแบบธรรมดาก็ได้นะคะ แต่แบบอุ่นจะซึบซาบเข้าสู่แกรนผมได้ดีกว่า
วิธีทำ ให้นำน้ำมันมะกอกมาชโลมให้ทั่วเส้นผมทิ้งไว้ได้นานเท่าที่เราต้องการหรืออย่างน้อย 30 นาที แต่ถ้าใครจะชโลมทิ้งไว้ตอนก่อนนอนแล้วโพกศีรษะหมักไว้ตลอดทั้งคืนก็ได้เช่นกันนะคะ จากนั้นตื่นเช้ามาค่อยล้างออกแล้วสระผมตามปกติ นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถหมักผมด้วยน้ำมันมะกอกได้กันทุกวันอีกด้วย แต่ถ้าไม่มีเวลาในช่วงแรกควรหมักให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อทำเป็นประจำแล้วปัญหาผมแห้งแตกปลายของคุณก็จะหายไปได้
1.3 หมักผมด้วยน้ำผึ้งและไข่แดงสิ่งที่ต้องเตรียมไข่แดงประมาณ 2 ฟอง และน้ำผึ้งประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ควรกะปริมาณให้พอเหมาะกับเส้นผมกันด้วยนะคะ เพราะผมสั้นและผมยาวจะใช้ปริมาณที่แตกต่างกัน
วิธีทำ เมื่อได้วัตถุดิบที่ต้องการแล้วให้นำมาผสมให้เข้ากันแล้วนำส่วนผสมที่ได้มาชโลมให้ทั่วเส้นผม แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง วิธีนี้ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อทำเป็นประจำแล้วผมของคุณจะค่อยๆ ดีขึ้น และนุ่มลื่นขึ้นจนคุณสัมผัสได้
2. สูตรหมักผมสำหรับคนผมมัน
ถ้าคุณเป็นคนผมมันอันดับแรกเลยคุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดและดูแลเส้นผมที่เป็นสูตรเฉพาะสำหรับคนผมมันกันด้วยนะคะ นอกจากนี้แล้วคนที่ผมมันมักจะมีหนังศีรษะมันซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดรังแค ดังนั้นเรามาหมักผมเพื่อลดปัญหาความมันของเส้นผมและหนังศีรษะกันดีกว่าค่ะ สำหรับสูตรหมักผมจะมีดังนี้
2.1 สูตรหมักผมมะนาวและไข่ขาวส่วนผสมที่ใช้ มะนาว 1 ลูก บีบเอาแต่น้ำ และไข่ไก่ 2 ฟอง แยกเอาแต่ไข่ขาว
วิธีทำ นำน้ำมะนาวและไข่ขาวมาผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว จากนั้นนำมาชโลมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ โดยวิธีนวดเพียงเบาๆ ให้ทั่ว แล้วให้มักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด จากนั้นให้สระผมด้วยแชมพูสระผมที่เป็นสูตรเฉพาะคนผมมัน สำหรับสูตรนี้ควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยลดปัญหาความมันของเส้นผมและหนังศีรษะให้น้อยลงได้
2.2 สูตรหมักผมมะนาวและว่านหางจระเข้ส่วนผสมที่ต้องเตรียม ได้แก่ มะนาว 1 ลูก คั้นเอาแต่น้ำมะนาว และว่านหางจระเข้เลือกก้านแก่ๆ มา 1 ก้าน จากนั้นนำไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วปลอกเปลือกออกขูดเอาแต่วุ้นใสๆ ที่อยู่ด้านใน
วิธีทำ ให้นำน้ำมะนาวและวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ได้มาผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวแล้วนำไปชโลมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ จากนั้นให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด จากนั้นให้สระผมตามขั้นตอนปกติ วิธีนี้ให้ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งนะคะ หรือถ้าคุณพอจะมีเวลาในช่วงแรกควรทำให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมื่อเส้นผมและหนังศีรษะลดความมันลงแล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นสัปดาห์ละครั้ง และเดือนละ 2 ครั้ง ตามลำดับ
2.3 สูตรหมักผมจากไข่ขาวสิ่งที่ต้องเตรียมไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออกเอาแต่ไข่ขาว และน้ำอุ่นประมาณ 1 แก้ว
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งสองอย่างมารวมกันและคนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว จากนั้นนำมาชโลมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ โดยวิธีนวดให้ทั่วเพียงเบาๆ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ตามด้วยการสระผมด้วยแชมพูให้สะอาดอีกครั้ง แต่ในขั้นตอนสุดท้ายให้เราล้างผมด้วยน้ำอุ่นเป็นอันเสร็จ จากนั้นเช็ดผมให้แห้ง สำหรับวิธีนี้ควรทำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงแรก เพื่อช่วยลดปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะมันได้เร็วยิ่งขึ้น
2.4 สูตรหมักผมด้วยน้ำมะนาวสิ่งที่ต้องเตรียม มะนาว 1-2 ลูก นำมาคั้นเอาแต่น้ำ และน้ำเปล่า 1 ถ้วย
วิธีทำ นำน้ำมะนาวและน้ำเปล่ามาผสมให้เข้ากันแล้วนำไปชโลมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกให้สะอาด แล้วจึงสระผมตามขั้นตอนปกติ สำหรับสูตรควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะเป็นวิธีที่สามารถช่วยลดความมันของเส้นผมและหนังศีรษะของคุณได้เป็นอย่างดี
3. สูตรหมักผมสำหรับคนผมชี้ฟู
ผมชี้ฟูจะเป็นผมที่ค่อนข้างจัดทรงยาก ส่วนมากปัญหาผมชี้ฟูมักจะเกิดจากการที่ผมของเราโดนความร้อนบ่อยๆ และสารเคมีเป็นประจำ สำหรับสูตรหมักผมที่สามารถช่วยแก้ปัญหาผมชี้ฟูได้จะได้แก่
3.1 สูตรหมักผมจากน้ำผึ้งส่วนผสม น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำไปชโลมให้ทั่วเส้นผมแล้วให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และสระผมตามปกติ สำหรับสูตรนี้สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เมื่อทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเส้นผมของคุณจะค่อยๆ นุ่มขึ้น เรียบขึ้น และจัดทรงได้ง่าย
3.2 สูตรหมักผมจากกล้วยหอมสิ่งที่ต้องเตรียม
– กล้วยหอม 2 ผล
– ไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออกใช้เฉพาะไข่ขาว
– น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
– น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
– โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาชโลมให้ทั่วเส้นผม คลุมด้วยหมวกคลุมอาบน้ำ แล้วให้หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีหรือนานตามต้องการ แล้วจึงสระผมให้สะอาด ในระหว่างสระให้ใช้หวีซี่ห่างๆ แปรงผมเพียงเบาๆ เพื่อกำจัดเศษผงต่างๆ ที่อยู่ในส่วนผสมติดค้างอยู่บนเส้นผม สูตรนี้ควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สำหรับสูตรหมักผมสูตรนี้จะมีส่วนผสมต่างๆ ค่อนข้างมากแต่รับรองได้เลยว่าเมื่อคุณทำเป็นประจำแล้วจะช่วยให้เส้นผมของคุณมีน้ำหนักขึ้น นุ่มขึ้น และหมดปัญหาเส้นผมชี้ฟูกันได้อย่างแน่นอนค่ะ
3.3 สูตรหมักผมจากไข่ขาวส่วนผสมที่ต้องเตรียม ไข่ไก่ 1 ฟอง แยกเอาแต่ไข่ขาว โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 4 ช้อนโต๊ะ และมายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำไข่ขาวมาตีให้เป็นฟอง จากนั้นนำโยเกิร์ตและมายองเนสมาผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว แล้วให้ชโลมผมให้เปียกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นจึงนำส่วนผสมที่ได้มาชโลมทับอีกครั้งให้ทั่วเส้นผม โดยให้หมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงสระผมให้สะอาดตามขั้นตอนปกติ สูตรนี้ก็สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่อย่างน้อยควรทำให้ได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะเป็นวิธีที่ช่วยให้เส้นผมของคุณจะค่อยๆ มีสุขภาพดีได้อย่างที่คุณต้องการ
สูตรหมักผมเพื่อผมสวยจากธรรมชาติอาจจะยังมีอีกหลายสูตร แต่สูตรที่นำมาแนะนำกันในบทความนี้จะเป็นสูตรที่สามารถช่วยแก้ปัญหาของเส้นผมอย่างได้ผล ใครมีสภาพผมเป็นแบบไหนและสะดวกกับการหมักผมด้วยวิธีใดก็อย่าลืมนำไปทดลองทำกันดูนะคะ ผมของคุณจะได้สวยและจัดทรงได้ง่ายอย่างที่คุณต้องการได้แล้ว
ที่มา : organicbook.com
12 สูตรขัดผิวให้ขาวกระจ่างใสทั่วเรือนร่าง
เพราะความสุขของผู้หญิงเราก็คือการที่ได้เห็นตัวเองสวยนั่นเอง เพราะฉะนั้น เราจึงมาเผยสูตรลับเพื่อผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติทั่วเรือนร่าง
ด้วยสูตรขัดผิวหลากหลายสูตรที่หาได้จากวัตถุดิบธรรมชาติรอบตัวเรา แต่จะต้องนำมาขัดผิวกายอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เนื่องจากบางสูตรหากนำมาขัดผิวหน้า ส่วนผสมบางชนิดอาจจะออกฤทธิ์แรงเกินไปมันอาจจะทำให้ผิวบนใบหน้าของคุณสาวๆ ระคายเคืองเอาได้
ว่าแต่พร้อมที่จะมีผิวสวยกันหรือยังเอ่ย หากพร้อมแล้วเรามาดูสูตรขัดผิวให้ขาวใสพร้อมกันเลย
1. ใยบวบตัวช่วยขัดผิวใสจากธรรมชาติ
เป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่เปรียบเสมือนตัวช่วยที่ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมอย่างมากสำหรับสาวๆ ทุกสภาพผิวควรมีติดห้องน้ำกันไว้เลยค่ะ ในยามที่คุณอาบน้ำหลังจากชโลมฟองครีมอาบน้ำทั่วทั้งตัวแล้วให้หยิบใยบวบมาค่อยๆ ขัดเป็นวงกลมวนไปมาให้ทั่ว แต่ต้องขัดอย่างเบามือเท่านั้น เส้นใยจากใยบวบจะได้ไม่ขูดผิวจนแดงนั่นเอง อีกทั้งมันยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้อย่างดีทีเดียว เพียงเท่านี้ผิวพรรณสาวๆ ก็กระจ่างใสเปล่งปลั่งได้แล้วค่ะ
2. สูตรน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอก
นำส่วนผสมได้แก่ น้ำมะนาว น้ำมันมะกอกและเกลือเม็ดหยาบมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาขัดผิวในขณะอาบน้ำให้ทั่วเรือนร่าง แล้วล้างออกให้สะอาด
3. สูตรมะขามเปียกและส่วนผสมอื่นๆ
นำส่วนผสมได้แก่ มะขามเปียก 1 กำมือ น้ำมะนาว 1 ผล น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 6 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชาและผงขัดผิว 5-6 ช้อนชามาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาขัดผิวให้ทั่วทั้งตัว แล้วล้างน้ำให้สะอาด
4. สูตรมะเขือเทศและน้ำตาลทราย
ให้คุณฝานมะเขือเทศให้ได้แผ่นบางจากนั้นนำไปจุ่มกับน้ำตาลทราย แล้วนำมาขัดผิวให้ทั่วทั้งตัว ขัดจนกระทั่งน้ำตาลละลายออกไปจนหมด แล้วจึงเปลี่ยนแผ่นมะเขือเทศแผ่นใหม่ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด
5. สูตรขมิ้นสด
ใช้ขมิ้นสดขูดจนได้ผงละเอียดจากนั้นนำไปขัดผิวในตอนอาบน้ำกันได้เลยค่ะ หรือสามารถนำส่วนผสมจากธรรมชาติอื่นๆ ผสมลงไปด้วยก็ได้เช่นเดียวกัน เช่น นมสด น้ำมะนาว มะขามเปียก น้ำผึ้งและดินสอพอง เป็นต้น โดยใส่ผงขมิ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปขัดผิวค่ะ
6. สูตรจากมันฝรั่งดิบ
ใช้มันฝรั่งดิบมาขูดแล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำไปขัดถูผิวในขณะอาบน้ำ มันฝรั่งจะทำให้ผิวพรรณอ่อนนุ่ม เต่งตึงและขาวกระจ่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
7. สูตรนมสดรสจืด
ชโลมนมให้ทั่วผิวพรรณ เพื่อให้น้ำนมบำรุงสู่ผิวจะทำให้ผิวที่แห้งหยาบกร้านมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้นยิ่งขึ้น และเมื่อชโลมจนผิวแห้งแล้วก็ให้นำใยบวบมาขัดวนเป็นวงกลม จากนั้นล้างออกให้สะอาด
8. สูตรสครับจากกากกาแฟ
ให้นำกากกาแฟที่ใช้แล้วปริมาณ 1 ถ้วยตวง มาผสมผงขมิ้นชัน 1 กรัมและมะขามเปียกที่คั้นได้น้ำประมาณ 1/2 ถ้วยตวง แล้วนำมาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปขัดผิวให้ทั่วเรือนร่างประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดโดยที่ไม่ต้องถูสบู่ซ้ำอีกครั้งค่ะ
9. สูตรแป้งข้าวจ้าว
ให้นำแป้งข้าวจ้าว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงขมิ้นเพียงเล็กน้อยและนมสด 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปฟอกถูตัวแทนสบู่ตอนอาบน้ำค่ะ
10. สูตรมะละกอสุกและโยเกิร์ต
ให้นำมะละกอสุก โยเกิร์ตรสธรรมชาติและเกลือทะเลมาปั่นรวมกันให้ละเอียด จากนั้นนำมาขัดผิวพร้อมนวดวนเบาๆ มือให้ทั่วแล้วล้างออกให้สะอาด
11. สูตรมะขามเปียก นมสดและน้ำผึ้ง
ให้คุณนำส่วนผสมทั้ง 3 อย่างมาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปขัดผิวให้ทั่วแล้วล้างออกให้สะอาด
12. สูตรว่านนางคำ
ให้คุณนำส่วนผสมต่างๆ ได้แก่ ว่านนางคำ 100 กรัม ว่านไพร 25 กรัมและขมิ้นชัน 25 กรัมมาหั่นให้เป็นแผ่นบางนำตากแดดจนแห้งแล้วนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นนำลิ้นทะเล 200 กรัม สารส้มสะตุ 200 กรัมและดินสอพองบดละเอียด 1,000 กรัม แล้วนำเอาส่วนผสมทั้งหมดนี้มาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำไปใส่กระชอนแล้วร่อนจนได้ผงละเอียด แล้วนำเอาผงละเอียดนั้นไปขัดผิวต่อไปค่ะ
การขัดผิวที่ดีต้องเลือกขัดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ เพราะสาวๆ บางคนอาจเข้าใจว่าหากยิ่งอยากขาวก็ต้องยิ่งหมั่นขัดทุกวัน
แต่แบบนั้นจะทำให้ผิวของเราบอบบางไวต่อแดดมากขึ้นและยังเป็นการทำร้ายผิวไปในตัวอีก และหลังจากที่ขัดผิวกันเสร็จแล้วอย่าลืมทาครีมกันแดดปกป้องผิวที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปนะคะ เพราะแสงแดดบ้านเราร้อนระอุเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้น ผิวสาวของคุณอาจต้องหมองคล้ำง่ายก็เป็นได้ค่ะ
ที่มา : organicbook.com
27.10.12
ครีมล้างหน้ามะขาม
2. นมสด 2 ช้อนโต๊ะ หรือมะขามเปียก
3. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
18.10.12
วิธีทําให้ผิวขาว 12 วิธี... บอกลาผิวหม่นหมอง
- วิธีทําให้ผิวขาว : สูตรมะละกอนมสด นำมะละกอมาบดผสมกับนมสด
คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก
- วิธีทําให้ผิวขาว : โยเกิร์ตผสมมะนาว มะนาวเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความเป็นกรดสูงมาก
จนอาจทำให้แสบผิวได้
ดังนั้นการนำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยลดการระคายเคืองผิว
และมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ใสกว่าเดิม
- วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำมันมะพร้าวเพื่อผิวเนียนนุ่ม
เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก
น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในเรื่องการทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น
แม้เพียงครั้งแรกที่ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว รับรองได้เลยว่า สาว ๆ
จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มได้ทันทีเลยล่ะ
- วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำผึ้งและโยเกิร์ต
นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก
ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ
- วิธีทําให้ผิวขาว : กล้วยหอมและนมสด นำมาบดผสมกัน
จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้
สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน
ขมิ้น คุณประโยชน์มากมายเพื่อผิวขาว หน้าใส
จากข้อมูลของเว็บไซต์ ehow.com (เว็บไซต์ชื่อดังของประเทศอเมริกา) ได้นำข้อมูลการวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆในสหรัฐอเมริกา และยุโรปมาเผยแพร่
ผลการวิจัยโดยรวมชี้ให้เห็นว่าขมิ้นเป็นสุดยอดสมุนไพร
ที่ช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณได้อย่างดีเยี่ยม
เรามาดูกันว่าสูตรการบำรุงผิวด้วยขมิ้นนั้นทำอย่างไรบ้าง
|
ผงขมิ้นใช้สำหรับบำรุงผิว: ผงขมิ้นผสมกับน้ำนม สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณ และยังเป็นยาฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ สามารถช่วยล้างพิษแผลเปื่อยและรักษาโรคสะเก็ดเงินที่ทาง สธ กำลังเตือนประชาชนอยู่ได้ด้วย
ขมิ้นครีมพอกหน้าสูตรธรรมชาติ: เพื่อผลัดผิวหน้าให้กระจ่างใส การนำผงขมิ้นมาผสมกับข้าวเปลือกที่บดละเอียด ผสมกับน้ำนมหรือโยเกิร์ต พอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที หลังจากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น สมารถช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้
ขมิ้นลดริ้วรอยบนใบหน้า: ผงขมิ้นผสมกับถั่วเขียวบดเป็นแป้งละเอียดผสมกับนม ใช้พอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที สามารถช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ หากทำเป็นประจำ 1-2 เดือน
ขมิ้นครีมสำหรับเวลากลางคืน: สามารถใช้ขมิ้น + นม + โยเกิร์ต พอกหน้าในขณะเวลานอนหลับตอนกลางคืนได้ และสามารถล้างออกในตอนเช้าด้วยน้ำอุ่น
ขมิ้นรักษาสิว: ขมิ้นมีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อตามธรรมชาติอยู่แล้ว สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้ ช่วยลดการแดงและอักเสบของสิว การดื่มชาขมิ้นก็สามารถเป็นยาป้องกันการระบาดของสิวได้ การผสมขมิ้นกับน้ำมะนาว ,น้ำมันงาหรือน้ำแตงกวา (ใช้น้ำมะพร้าวก็ได้ แต่คนไทยคงจะถือกันเรื่องการเอาน้ำมะพร้าวมาล้างหน้า ^^" ) ใช้แต้มสิวทิ้งไว้ 10-15 นาทีและล้างออกด้วยน้ำอุ่น สามารถช่วยรักษาสิวได้
ขมิ้นใช้มาร์คหน้าสำหรับคนหน้ามัน: ขมิ้นช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ การใช้ผงขมิ้น ผสมกับน้ำส้ม ผสมกับผงจากไม้จันทน์ ผสมกับน้ำผึ้ง นำมาพอกหน้า 10-15 นาที เป็นประจำสามารถช่วยลดปัญหาหน้ามันได้...
ขมิ้น
นอกจากจะบำรุงผิวพรรณแล้วยังมีประโยชน์กับร่างกายอีกมากมายด้วย
29.9.12
Lose weight for good without feeling hungry
|
8.12.10
มหัศจรรย์ผิวสวยด้วยสบู่สมุนไพรณษากร

สบู่สมุนไพรณษากร
เป็นสบู่อ่อนละมุนอุดมด้วยสมุนไพรจากเปลือกมังคุด ขมิ้น และไม้ทานาคา ช่วยลดปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า ลดผดผื่นคันและผิวหยาบกร้าน กระชับรูขุมขน ขจัดกลิ่นตัว ช่วยกระตุ้นเซลล์ในร่างกายให้ทำลายเชื้อแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น สดใส ทำให้ผิวขาวขึ้นตามธรรมชาติ
ล้างออกง่าย อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ใช้ได้คุ้มค่าจนหมดก้อน
ส่วนประกอบสำคัญ : เปลือกมังคุด ขมิ้น และไม้ทานาคา
เปลือกมังคุด ได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ในอดีตในการรักษาโรคผิวหนัง เช่น กลากเกลื้อน บรรเทาอาการผดผื่นทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี สรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนังของเปลือกมังคุดนี้ได้รับการพิสูจน์และยืนยันจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบว่า รสฝาดในเปลือกมังคุดนี้มีสารแทนนิน (Tannin) และสารแซนโทน (Xanthone) ที่มีชื่อเรียกเฉพาะชื่อเดียวกับมังคุดว่า สารแมงโกสติน (Mangostin) สารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น สารแมงโกสตินมีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบ และต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง และสารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง และกลากได้ดีอีกด้วย
ขมิ้น เป็นสมุนไพรไทยที่มีค่ายิ่ง และใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า ขมิ้นมีสารสำคัญที่ชื่อ เคอร์คูมิน (Curcumin) ช่วยให้ผิวขาวผุดผ่อง เปล่งปลั่ง ลดรอยหมองคล้ำ ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดริ้วรอย และขมิ้นยังลดอาการแพ้ฝุ่นละอองและสารเคมี และการอักเสบจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี
ไม้ทานาคา สาวพม่ารู้จักใช้ทานาคามานานกว่า 200 ปี แทบทุกครัวเรือนมักมีท่อนไม้ทานาคาวางคู่กับกระจกเสมอ เวลาใช้ก็นำท่อนไม้ทานาคามาฝนกับแผ่นหิน เจือด้วยน้ำเล็กน้อย แล้วใช้ทาทั่วเรือนร่างโดยเฉพาะใบหน้า ไม้ทานาคามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ที่เปลือกของไม้ทานาคา มีสาร OPC เช่นเดียวกับที่พบในเปลือกสนฝรั่งเศส และเนื้อในของไม้ทานาคามีสาร Curcuminoid ที่มักพบในขมิ้นชันในประเทศไทย ทำให้ไม้ทานาคามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะต่อต้านความเสื่อมของเซลล์และยังช่วยป้องกันการเกิดสิว คุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และช่วยลดผดผื่นคัน ลดการเกิดจุดด่างดำและฝ้า มีฤทธิ์ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน และยังช่วยป้องกันการทำลายผิวจากรังสียูวี
พื้นฐานผิวคนเราต่างกัน การใช้สมุนไพรต้องให้เวลา เห็นผลช้าแต่ได้ผลแน่นอน สวยอย่างธรรมชาติต้องใจเย็น ใช้แล้วไม่ใจจดจ่อรอสังเกตผล ให้เวลาล่วงเลยผ่านไป ผิวพรรณจะปรับสภาพให้สวยงามจนเห็นได้โดยไม่ต้องสังเกต ผิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีซึ่งให้เห็นผลเร็วทันใจ เพื่อผลประกอบการที่ดี ขายได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้บริโภคควรพึงระวังและเลือกสรรผลิตภัณฑ์สำหรับผิวพรรณ สวยเร็วผิวก็เสียเร็วค่ะ ผิวจะอ่อนแอลง เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่าพอใจแบบใดค่ะ แต่ยังไงก็ใส่ใจผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันหน่อยนะคะ
สบู่ธรรมชาติ ถูกผลิตขึ้นมาเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ซึ่งจะมีลักษณะต่างจากสบู่ที่เห็นตามท้องตลาดโดยทั่วไป ที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องกรรมวิธีการผลิตที่ใช้สารเคมีสังเคราะห์มาประกอบน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย แต่จะมีส่วนประกอบของสารสกัดจากธรรมชาติสูง
สบู่สมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเป็นผลดีต่อผิวในระยะยาว
สบู่สมุนไพรณษากร คัดสรรสมุนไพรที่มีคุณค่า เพื่อผิวพรรณที่ดีของผู้ใช้
email : yoshiki_or@hotmail.com
14.11.10
บิ้วตี้ เอ็กเพลส ออย Beauty Express Oil
พบกับสุดยอด นวัตกรรมใหม่ ของการดูแลผิวพรรณคุณ ด้วยธรรมชาติอับริสุทธิ์ 100% ปราศจากสารเคมีใด ๆ จากที่ได้คิดค้น กว่า 1 ปี จากเภสัชกร แผนไทย การแพทย์แผนไทย ได้รวบรวมสุดยอดแห่งสมุนไพร บำรุงผิวพรรณ เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยการผสมผสานอย่างตั้งใจ ใช้กรรมวิธีการผลิตที่สะอาด และถูกสุขลักษณะ จึงทำให้ผู้ใช้มีผิวพรรณที่สวย ขาว เนียน นุ่ม จนคุณสังเกตเห็นความแตกต่าง จากผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้
บิ้วตี้ เอ็กเพลส ออย เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณคุณให้ สวย ขาว เนียนนุ่มปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่น ทั่วเรือนร่าง ได้ดั่งใจคุณ และสัมผัสได้อย่างชัดเจน
วิธีการใช้ : บิ้วตี้ เอ็กเพลส ออย ให้ได้ผลอย่างดียิ่ง
· ให้อาบน้ำล้างตัวให้สะอาด และเช็ดตัวให้แห้ง ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
· ให้ใช้ บิ้วตี้ เอ็กเพลส ออย ชะโลมทั่วเรือนร่างของท่าน โดยทาเพียงบาง ๆให้ทั่วกาย จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20 ถึง 30 นาที ก็จะแห้งซึมเข้าภายในผิวหนัง
· ท่านจะรู้สึกสัมผัสได้ถึงความนุ่มเนียนผิวของท่านทั่วกาย
· สำหรับท่านที่มีผิวส่วนใดที่ แข็งด้านมาก เช่น ข้อศอก หัวเข่า ให้ทาบริเวณดังกล่าว มากเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย จะทำให้บริเวณดังกล่าว เนียนนุ่ม
· การใช้ ผลิตภัณฑ์ของ บิ้วตี้ เอ็กเพลส ออย นั้น ควรทาทุก 3-4 วัน อย่างต่อเนื่อง ในทุกเดือนท่านจะพบว่า ผิวพรรณทั่วเรือนร่างของท่าน จะขาวขึ้นเนียนนุ่มขึ้น จนเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
· ควรใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 4 -6 เดือน เพราะเซลล์ผิวใหม่จะผลัดเซลล์ทุก ๆ 28 วัน คุณจึงจะเห็นว่าผิวคุณขาวเนียน สวยขึ้นทุก ๆ เดือน
บิ้วตี้ เอ็กเพลส ออย ประกอบด้วยสมุนไพรกว่า 9 ชนิด
· น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% Virgin Coconut Oil
· น้ำมันขมิ้นชันบริสุทธิ์ 100 % Curcuma Longa Oil
· น้ำมัน โจโจ้บา Jajobar Oil
· น้ำมัน ดอกกล้วยไม้ Orchid Oil
· สตอเบอรี่สกัด และสมุนไพรอื่น ๆ Strawberry & Herbals
ความโดดเด่นของ บิ้วตี้ เอ็กเพลส ออย
น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% Virgin Coconut Oil
· เป็นกรดไขมันที่มีอะตอมเล็ก ขนาด 8 -14 อะตอม จึงทำให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็วกว่าน้ำมันชนิดอื่น ๆ ที่มีอะตอมใหญ่กว่า
· เนื่องจากน้ำมันมะพร้าว มีกรดลอริก ในปริมาณสูง จึงมีคุณสมบัติพิเศษ ในเรื่องสุขภาพ และความงามของมนุษย์ และมีกรดโมในลอริน ซึ่งเป็นสารปฏิชีวนะช่วยป้องกันการติดเชื้อ ช่วยฆ่าเชื้อและทำลายเชื้อโรค ของผิวหนังได้ จึงทำให้ สิว ฝ้า กระ ลดลงได้เป็นอย่างดี
· มีวิตามิน อี สูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสื่อมสภาพของผิวพรรณได้เป็นอย่างดี เมื่อได้ใช้จึงทำให้มีผิวพรรณที่สวย เนียน นุ่ม และชุ่มขึ้นตลอดเวลา ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย และป้องกันการเสื่อมโทรมของผิว
· หากใช้ชโลมผมหลังสระผม เพียงบาง ๆ จะทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม อีกทั้งยังบำรุง หนังศีรษะให้ดียิ่งขึ้นด้วย ยังช่วยแก้รังแค ชันนะตุ และแก้คันศรีษะได้ดี
· รักษาเล็บแตกเสีย ใช้ทาชโลมให้ทั่วเล็บ จะทำให้เล็บแข็งแรงและสวยงามขึ้น ช่วยลบรอยแผลเป็น จะทำให้แผลเป็นจางดูดีขึ้น ผู้ที่ฝ่ามือด้านและแตก ก็ให้ทาบริเวณนั้น ๆ มากหน่อยก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
น้ำมันขมิ้นชันบริสุทธิ์ 100% Curcuma Longa Oil
· ช่วยบำรุงผิวพรรณ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ได้เป็นอย่างดี ยังช่วยลดภาวะการอักสบ จากการติดเชื้อ ช่วยให้แผลภายนอกหายง่ายขึ้น
น้ำมันไพรบริสุทธิ์ 100% Plai Oil (Zingiber Cassumunar)
· เราจะพบว่าเมื่อเวลาอบตัว หรือใช้ลูกประคบ ก็จะมีไพร เป็นสมุนไพรหลักที่ช่วยลดการอักเสบของผิว และถนอมผิว และทำให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรง
น้ำมัน โจโจ้บ้า Jojobar Oil
· เป็นน้ำมันที่ใช้ในการผสมกับเครื่องสำอางค์บำรุงผิวพรรณ เราได้ใช้ โจโจ้บาร์ บริสุทธิ์จึงทำให้ ผิวขาว สวยดูอ่อนกว่าวัย
น้ำมัน ดอกกล้วยไม้ Orchid Oil
· ช่วยบำรุงผิวพรรณ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ได้เป็นอย่างดี ยังช่วยลดภาวะการอักเสบ จากการติดเชื้อ ช่วยให้แผลภายนอกหายง่ายขึ้น
สตอเบอรี่สกัด และสมุนไพรอื่น ๆ Strawberry & Herbals
· ผลสกัดเบอรี่สด น้ำมันสกัด จะได้เอนไซด์จากพืช และสมุนไพรอื่น ๆ ที่เป็นตัวดูแลผิวพรรณ จึงทำให้ ผิวจะนุ่ม เนียน และหอมสดชื่นตลอดเวลา
ขนาด 100 ml. 850 บาท
สั่งซื้อติดต่อ : คุณพิชญ์สินี 083-199 7189
email : yoshiki_or@hotmail.com
2.6.10
ปัญหาใต้วงแขนของผู้หญิง
ผู้หญิงเราหน้าสวยใสไร้ที่ติอย่างเดียงคงไม่พอ เรื่องของรักแร้ หรือปัญหาใต้วงแขนของบนนดาคุณผู้หญิงทั้งหลาย เป็นปัญหาที่คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้ามทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลิ่นตัว หรือความขาวใสของรักแร้ ของเราค่ะ
พูดถึงเรื่องความขาวของรักแร้ยิ้งไม่ควรมองข้าม เป็นเรื่องหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงได้เป็นอย่างดีถ้ามีรักแร้ที่ขาว ไม่ว่าจะยกแขนทำกิจกรรมไหนๆ ก็เป็นธรรมชาติมั่นใจได้ทุกงานแน่นอน
ปัญหารักแร้ดำเกิดจากหลายสาเหตุ อย่างนึงที่เรามักพบคือการปล่อยให้พื้นผิวที่รักแร้หรือใต้วงแขนของเราสัมผัสกับสารเคมีอย่างต่อเนื่องจนเกิดระคายเคือง รอยดำ เช่น การใช้ลูกกลิ้งที่ผสมน้ำหอม สเปรย์ระงับกลิ่นกาย หรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Triclosan, Triclocarban, Irgosan ในยาระงับกลิ่นกายต่างๆ
วิธีหลีกเลี่ยงรักแร้ดำ
1. หลีกเลี่ยงการเช็ดหรือถูแรงๆ บริเวณผิวใต้วงแขนที่บอบบางของเราค่ะ
2. หยุดใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ เช่น แพ้น้ำหอม ควรเปลี่ยนไปใช้โรลออนชนิดที่ไม่มีนำ้หอมหรือเขียนว่า “Fragrance-Free”บนฉลากค่ะ
3. ความอ้วนและการเสียดสีก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญของรักแร้ดำได้เช่นเดียวกันนะคะ ดังนั้นคุณผู้หญิงทั้งหลายจึงควบคุมน้ำหนักให้ดีด้วย หรืออาจใช้ครีมลดรอยดำ ควบคู่กันไปด้วย
4 . ไม่ควรใช้ยาหรือสารเคมีกลุ่มที่มีกรดผลไม้ ไม่ว่า AHA หรือ BHA เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองยิ่งขึ้น เนื่องจากรักแร้เป็นผิวหนังที่บอบบาง ประกอบด้วยต่อมเหงื่อและรูขุมขนจำนวนมาก
สูตรรักแร้ขาวแบบธรรมชาติ
นอกจากเรื่องรักแร้ดำได้อย่างไรแล้ว เรายังนำสูตรรักแร้ขาวแบบธรรมชาติมาฝากคุณผู้หญิงแฟนๆ เลดี้วีซ่ากันด้วยนะคะ เป็นวิธีง่ายๆ สามารถหาซื้ออุปกรณ์ทำได้เองที่บ้านด้วยค่ะ
- มะขาม พืชสมุนไพรที่เราคุ้นเคยกันดี นำมะขามเปียกผสมกับน้ำผึ้งนิดหน่อย จากนั้นนำมาทาทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก งานนี้นอกจากทำให้ผิวใต้รักแร้ขาวแล้ว ยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่มอีกด้วยนะคะ
- มะนาว นำมาถูรักแร้แล้วทิ้งไว้ 2-3 นาที จากนั้นให้ล้างน้ำออกด้วยน้ำสะอาด พอถูใต้รักแร้แล้วยังสามารถนำส่วนที่เหลือมาถูได้อีกที่บริเวณ ข้อศอกที่ดำๆ ด้าน ได้อีกด้วยค่ะ
- เกลือสปา ใช้เกลือขัดผิวบริเวณใต้รักแร้อย่างเบามือ อย่าลืมว่าผิวใต่รักแร้ของผู้หญิงเรานั้นบอบบางมาก ถ้าขัดถูแรงๆ อาจเป็นแผลหรือดำมากขึ้นกว่าเดิมเป็นผลจากการเสียดสีแรงๆ ค่ะ
คุณผู้หญิงคนไหนที่อยากรักแร้ขาวเนียนลองนำไปทำดูกันได้ แต่ต้องเบามือกันนิดนึงนะคะ หรือถ้าคุณผู้หญิงคนไหนที่เป็นกังวลเรื่องนี้มากๆ ลองหลายวิธีแล้วก็ไม่หายสักที แถมมีอาการแพ้ตามมาด้วยลองพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงดูค่ะ