รักษาความชุ่มชื่นให้อยู่คู่ผิวคุณ
ลลิดา สันพินิจสุนทร
Revive Your Skin ผิวพรรณที่มีสุขภาพดีนั้นคงอยู่ได้เนื่องจากความต่อเนื่องในการดูแลรักษาความชุ่มชื่นและปกป้องจากแสงแดด
การดูแลปกป้องผิวสำหรับหญิงสาวนั้นมีกรรมวิธีมากมายและยาวนานมาตั้งแต่สมัยโบราณ สาวชนชั้นสูงของอียิปต์โบราณจะปกป้องใบหน้าในวันแดดร้อนด้วยการคลุมผ้าบังใบหน้าและหลบอยู่ในที่ร่ม ส่วนในฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าชาร์ลสที่ 9 หญิงสาวจะป้องกันผิวหน้าจากแสงแดดด้วยการสวมหน้ากาก ต่อมาในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 หน้ากากกลายเป็นอุปกรณ์ทั่วไปที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากสภาพอากาศแย่ๆ และมีพัฒนาการต่อมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นหมวกที่มีผ้าตาข่ายคลุมใบหน้าแทนซึ่งมีการออกแบบหลากหลายสไตล์ในเวลาต่อมา
ความชุ่มชื่นของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ผิวหน้าควรได้รับนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน หากคุณเป็นคนที่มีผิวแห้งเฉพาะจุดให้ลูบไล้มอยส์เจอไรเซอร์เฉพาะตรงบริเวณที่แห้ง แต่ถ้าผิวคุณดูดีในช่วงหน้าร้อนแต่แห้งในหน้าหนาว ให้ลองใช้มอยส์เจอไรเซอร์ทาเฉพาะตอนหน้าหนาวเท่านั้น โดยมอยส์เจอไรเซอร์ก็มีส่วนผสมของน้ำมันที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของผิว ชนิดของน้ำมันที่ผสมลงในมอยส์เจอไรเซอร์มี 5 ชนิดได้แก่
น้ำมันจากพืชอย่างโฮโฮบา มะกอก ถั่ว อัลมอนด์ อโวคาโดและจมูกข้าวสาลี โดยน้ำมันประเภทนี้สามารถซึมซาบลงถึงเพียงผิวชั้นบน
ชนิดที่สองได้มาจากน้ำมันปลา ลาโนลินซึ่งซึมลงสู่ผิวชั้นบนเช่นกัน
น้ำมันจากแร่ธาตุซึ่งค่อนข้างหนาหนักและคงอยู่บนผิวช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื่น
น้ำมันซิลิโคนสกัดจากเม็ดทรายและหิน มีน้ำหนักเบากว่าน้ำมันจากแร่ธาตุแต่ให้ผลในแบบเดียวกัน
สุดท้ายเป็นน้ำมันจากวิตามินอีซึ่งเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ดีต่อผิวแต่ไม่ได้ให้ความชุ่มชื่นมากนัก
เพราะความชุ่มชื่นสำคัญต่อผิว เครื่องสำอางค์แบรนด์เก่าแก่และให้ความสำคัญต่อการรักษาความชุ่มชื่นไว้กับผิวให้เนิ่นนานที่สุดอย่างเอลิซาเบธ อาร์เดน (Elizabeth Arden) จังยังคงคิดค้นการเติมมอยส์เจอไรเซอร์ให้แก่ผิวที่ไม่ใช่เพียงแค่สำหรับใบหน้าเท่านั้น ผิวของริมฝีปากอวบอิ่มก็สำคัญเช่นกัน ล่าสุดเอลิซาเบท อาร์เดนจึงสร้างสรรค์ลิปสติกที่นอกจากจะมอบสีสันชวนหลงใหลแล้วยังเติมความชุ่มชื่นเปล่งปลั่งด้วยคุณค่าจาก Ceramide Triple Complex โดย Ceramide 1 ช่วยรักษาระดับการกักเก็บความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ Ceramide 3 มอบความชุ่มชื่นและปลอบประโลมผิว Ceramide 6 เสริมการผลัดเซลล์ผิวเพื่อริมฝีปากเรียบเนียนแล้วยังเสริม Maxi-Lip ช่วยทำให้เรียวปากดูเอิบอิ่มพร้อมลดเลือนเส้นรอยร่องลึกบนริมฝีปากโดยผลิตภัณฑ์ Plump Perfect Lipstick ประกอบด้วยสารสกัดจาก Tahitian Gardenia ที่มีคุณสมบัติปกป้องดูแลผิวของริมฝีปากพร้อมมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์จากวิตามินเอ ซี และอี ซึ่งทำให้เรียวปากได้รูปยิ่งขึ้น
ความสวยสดใสครอบคลุมทั่วทั้งใบหน้าและเรียวปากได้จากการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวพร้อมด้วยการบำรุงดูแลอย่างต่อเนื่อง คุณก็สามารถมีผิวพรรณที่ดีและดูอ่อนเยาว์ได้ไม่ยาก ที่มา :นิตยสาร Harper's Bazaar ฉบับภาษาไทย
15.10.08
ฟื้นฟูผิวสวยด้วย Home Spa สูตรว่านหางจระเข้
ฟื้นฟูผิวสวยด้วย Home Spa สูตรว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ขึ้นชื่อเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณค่าสูง หาได้ง่าย เพราะปลูกได้เองที่บ้าน เป็นพืชชนิดที่ปลูกง่ายตายยาก หรืออย่างน้อยก็หาซื้อได้ง่ายตามตลาดต้นไม้ทั่วไป ปัจจุบันนิยมนำมาทำน้ำว่านหางจระเข้ วุ้นหางจระเข้บรรจุกระป๋องขายกันเป็นอุตสาหกรรม ที่พลาดไม่ได้คือเป็นส่วนผสมสำคัญในเครื่องสำอางหลายขนาน ส่วนที่ใช้เป็นยาของว่านหางจระเข้ก็คือเนื้อวุ้นและเมือกจากใบสด ซึ่งวุ้นของว่านหางจระเข้มีสารพวกไกลโคโปรตีน (glycoprotein) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ลดอาการอักเสบและช่วยสมานแผลโดยไปส่งเสริมการจับตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์ที่บาดแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น บำบัดผิวที่ถูกแดด ผิวที่เกรียมจากรังสีรักษา ผิวที่เป็นสิว ผดผื่นคัน รวมทั้งยังรักษาแผลในกระเพาะอาหารอีกด้วย ส่วนยางสีเหลือง มีสารจำพวกแอนทราควินโนน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายเพราะกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ วุ้นจากว่านหางจระเข้จะช่วยบำรุงร่างกาย บรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากพักผ่อนน้อยได้ดีอีกด้วย
วิธีใช้ เลือกใบว่านหางจระเข้ที่อยู่ส่วนล่างๆ เพราะใบใหญ่ได้วุ้นมากนำมาปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างยางสีเหลืองที่ติดมาออกให้หมดโดยใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำด่างทับทิม แล้วขูดเอาวุ้นใสออกมาแช่เย็นเก็บไว้ใช้ตามประสงค์ ข้อควรระวัง ก็คือควรล้างยางสีเหลืองจากส่วนเปลือกออกให้หมดก่อนนำมาใช้ และที่สำคัญคุณควรทดสอบดูก่อนว่ามีอาการแพ้หรือไม่ โดยทาวุ้นลงบริเวณแขนด้านในทิ้งไว้สักพักใหญ่ หากไม่เกิดอาการคันหรือแดงก็ใช้ได้ ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ทั้งภายในร่างกายกระทั่งถึงผิวพรรณภายนอก ลองมาปรุงสูตรว่านหางจระเข้แบบต่างๆ เป็นบรรณาการสุขภาพในรูปแบบสปาส่วนตัวที่บ้านเพิ่มความสดชื่นแข็งแรงกันดีไหมค่ะ
ว่านหางจระเข้เย็นๆ ดื่มบำรุงสุขภาพ ปกติเมื่อคุณไปสปา เขามักจะนำชาสมุนไพรที่ตรงกับธาตุของคุณมาเสิร์ฟให้ ทีนี้หากคุณคิดทำ Home Spa เองที่บ้าน ก็น่าจะลองเปลี่ยนเครื่องดื่มกันบ้างดีไหม เพื่อความความแปลกใหม่แต่ก็ช่วยผ่อนคลายได้เช่นเดียวกัน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ว่านี้คือ น้ำว่านหางจระเข้เย็นๆ สักแก้ว โดยใช้เนื้อว่านหางจระเข้ประมาณ 1 ถ้วยตวง (250 กรัม) น้ำสะอาด 3 ถ้วย น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้งประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือถ้าชอบผสมกับใบเตย หรือน้ำผลไม้อื่นๆ ก็ได้ โดยนำว่านหางจระเข้มาต้มกับน้ำให้สุก จากนั้นนำมาปั่น เติมน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง แล้วนำไปแช่ ไว้ดื่มเย็นๆ ช่วยให้สดชื่น บำรุงร่างกาย ได้ประโยชน์ต่อกระเพาะลำไส้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น นอกจากสูตรนี้แล้วว่านหางจระเข้ยังเป็นเครื่องดื่มเพื่อการดีท็อกซ์ได้อีกด้วย โดยใช้เนื้อว่านหางจระเข้สดๆ (ไม่ต้องต้ม) ประมาณ 1/2 ถ้วย เติมน้ำอีก 1/2 ถ้วย แล้วนำมาปั่น แช่ให้เย็นค่อยดื่มเพื่อช่วยให้รสชาติดีขึ้น แต่ก็มีข้อเตือนจากนักวิชาการว่าเครื่องดื่มว่านหางจระเข้นี้ไม่ว่าจะสูตรใดก็ตาม เนื่องจากว่านหางจระเข้มีน้ำยางอาจทำให้สตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ระหว่างมีรอบเดือน และผู้ที่เป็นริดสีดวง เกิดอาการแพ้ได้จึงควรหลีกเลี่ยง
Home Spa สูตรว่านหางจระเข้บำรุงผิวงาม สปากำลังเป็นที่ฮิตถ้าคุณคิดว่าการไปใช้บริการสปานอกบ้านมีราคาแพง คุณลองมาทำสปาเพื่อผ่อนคลายและบำรุงผิวพรรณเองดีบ้านกันดีกว่า ...ทั้งสบายใจและประหยัดงบประมาณอีกด้วย ก่อนอื่นเตรียมเนื้อว่านหางจระเข้สดๆ ปั่นไว้ 1 ถ้วยตวง และเพื่อความสมบูรณ์แบบของสปา คุณควรเนรมิตห้องน้ำที่บ้านให้ได้บรรยากาศสปาเสียก่อน ง่ายๆ เพียงจุดเทียนหอมกลิ่นที่ชอบและช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นหรี่ไฟห้องน้ำลง (หากเป็นไฟที่มีดิมเมอร์) มีเพลงบรรเลงเบาๆ เคล้าคลออีกสักนิดก็ยิ่งสมบูรณ์แบบ จากนั้นคุณก็บรรจงเปิดน้ำลงอ่าง....
บำรุงผิวพรรณทั้งเรือนร่าง 1. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด 2. เปิดน้ำอุ่นลงในอ่างอาบน้ำพอที่จะแช่ตัวได้สบาย ผสมด้วยว่านหางจระเข้ปั่นที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน 3. ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ เนื้อนุ่มชุบน้ำว่านหางจระเข้ขัดถูให้ทั่วทั้งตัว คุณจะแช่หรือขัดตัวไปเรื่อยๆ ได้นานตราบเท่าที่คุณพอใจ 4. เมื่อแช่ตัวนานสมใจแล้ว ก็ซับตัวให้แห้ง โดยไม่ต้องล้างน้ำออก หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มลื่น เย็นสดชื่นของผิวกาย คนที่ตากแดดมามากจนผิวแสบ หรือ เป็นสิวที่หลัง มีผดผื่นคัน อาการต่างๆ ก็จะดีขึ้นด้วย
ดูแลผิวหน้านุ่มไร้สิว หากว่าคุณเป็นคนผิวหน้ามัน และมีสิวอักเสบ ผิวหน้าคล้ำจากแดด การปรนนิบัติผิวหน้าด้วยครีมพอกหน้าว่านหางจระเข้วิธีนี้เหมาะกับคุณมาก เพราะจะช่วยปรับสภาพผิวหน้าของคุณให้มีสุขภาพดีขึ้น 1. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่คุณใช้ประจำ 2. ประคบใบหน้าด้วยผ้าขนหนูอุ่นๆ จะใช้วิธีแช่ผ้าขนหนูในน้ำร้อนแล้วบิดหมาดๆ หรือนำผ้าขนหนูไปนึ่งไอน้ำให้อุ่นก็ได้ แล้วนำมาประคบใบหน้าทิ้งไว้ 10 นาที 3. จากนั้นก็ทำครีมพอกหน้าว่านหางจระเข้ โดยนำเกาลิน(ดินขาว) หาซื้อตามร้านขายยาแผนโบราณ ประมาณ ½ ถ้วย ผสมเข้ากับเนื้อว่านหางจระเข้สดปั่น ½ ถ้วย แล้วเคล้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน 4. นำครีมพอกหน้าว่านหางจระเข้ที่ได้ ทาพอกให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตาและรอบริมฝีปาก 5. เอนหลังนอนผ่อนคลายให้สบาย เพื่อรอให้ครีมพอกหน้าแห้งสนิท 6. เมื่อแห้งแล้วลองแกะออก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ให้เกลี้ยงเกลาหมดจด 7. ซับหน้าให้แห้ง แล้วตามด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ที่คุณใช้ประจำ คุณจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของผิวหน้าที่เนียนเรียบขึ้น
Home Spa สูตรว่านหางจระเข้นี้ไม่ยากเลย ทำเองได้ง่ายๆ ราคาก็ไม่แพง ที่สำคัญบำรุงความงามของผิวพรรณให้คุณได้ตั้งแต่ภายในสู่ภายนอกร่างกายเลยทีเดียว หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง คุณจะเป็นคนหนึ่งที่มีสุขภาพผิวสวย สดชื่นเนียนนุ่ม เกลี้ยงเกลาแน่นอนค่ะ ที่มา :นิตยสาร Health Today
ว่านหางจระเข้ขึ้นชื่อเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณค่าสูง หาได้ง่าย เพราะปลูกได้เองที่บ้าน เป็นพืชชนิดที่ปลูกง่ายตายยาก หรืออย่างน้อยก็หาซื้อได้ง่ายตามตลาดต้นไม้ทั่วไป ปัจจุบันนิยมนำมาทำน้ำว่านหางจระเข้ วุ้นหางจระเข้บรรจุกระป๋องขายกันเป็นอุตสาหกรรม ที่พลาดไม่ได้คือเป็นส่วนผสมสำคัญในเครื่องสำอางหลายขนาน ส่วนที่ใช้เป็นยาของว่านหางจระเข้ก็คือเนื้อวุ้นและเมือกจากใบสด ซึ่งวุ้นของว่านหางจระเข้มีสารพวกไกลโคโปรตีน (glycoprotein) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ลดอาการอักเสบและช่วยสมานแผลโดยไปส่งเสริมการจับตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์ที่บาดแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น บำบัดผิวที่ถูกแดด ผิวที่เกรียมจากรังสีรักษา ผิวที่เป็นสิว ผดผื่นคัน รวมทั้งยังรักษาแผลในกระเพาะอาหารอีกด้วย ส่วนยางสีเหลือง มีสารจำพวกแอนทราควินโนน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายเพราะกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ วุ้นจากว่านหางจระเข้จะช่วยบำรุงร่างกาย บรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากพักผ่อนน้อยได้ดีอีกด้วย
วิธีใช้ เลือกใบว่านหางจระเข้ที่อยู่ส่วนล่างๆ เพราะใบใหญ่ได้วุ้นมากนำมาปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างยางสีเหลืองที่ติดมาออกให้หมดโดยใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำด่างทับทิม แล้วขูดเอาวุ้นใสออกมาแช่เย็นเก็บไว้ใช้ตามประสงค์ ข้อควรระวัง ก็คือควรล้างยางสีเหลืองจากส่วนเปลือกออกให้หมดก่อนนำมาใช้ และที่สำคัญคุณควรทดสอบดูก่อนว่ามีอาการแพ้หรือไม่ โดยทาวุ้นลงบริเวณแขนด้านในทิ้งไว้สักพักใหญ่ หากไม่เกิดอาการคันหรือแดงก็ใช้ได้ ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ทั้งภายในร่างกายกระทั่งถึงผิวพรรณภายนอก ลองมาปรุงสูตรว่านหางจระเข้แบบต่างๆ เป็นบรรณาการสุขภาพในรูปแบบสปาส่วนตัวที่บ้านเพิ่มความสดชื่นแข็งแรงกันดีไหมค่ะ
ว่านหางจระเข้เย็นๆ ดื่มบำรุงสุขภาพ ปกติเมื่อคุณไปสปา เขามักจะนำชาสมุนไพรที่ตรงกับธาตุของคุณมาเสิร์ฟให้ ทีนี้หากคุณคิดทำ Home Spa เองที่บ้าน ก็น่าจะลองเปลี่ยนเครื่องดื่มกันบ้างดีไหม เพื่อความความแปลกใหม่แต่ก็ช่วยผ่อนคลายได้เช่นเดียวกัน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ว่านี้คือ น้ำว่านหางจระเข้เย็นๆ สักแก้ว โดยใช้เนื้อว่านหางจระเข้ประมาณ 1 ถ้วยตวง (250 กรัม) น้ำสะอาด 3 ถ้วย น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้งประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือถ้าชอบผสมกับใบเตย หรือน้ำผลไม้อื่นๆ ก็ได้ โดยนำว่านหางจระเข้มาต้มกับน้ำให้สุก จากนั้นนำมาปั่น เติมน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง แล้วนำไปแช่ ไว้ดื่มเย็นๆ ช่วยให้สดชื่น บำรุงร่างกาย ได้ประโยชน์ต่อกระเพาะลำไส้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น นอกจากสูตรนี้แล้วว่านหางจระเข้ยังเป็นเครื่องดื่มเพื่อการดีท็อกซ์ได้อีกด้วย โดยใช้เนื้อว่านหางจระเข้สดๆ (ไม่ต้องต้ม) ประมาณ 1/2 ถ้วย เติมน้ำอีก 1/2 ถ้วย แล้วนำมาปั่น แช่ให้เย็นค่อยดื่มเพื่อช่วยให้รสชาติดีขึ้น แต่ก็มีข้อเตือนจากนักวิชาการว่าเครื่องดื่มว่านหางจระเข้นี้ไม่ว่าจะสูตรใดก็ตาม เนื่องจากว่านหางจระเข้มีน้ำยางอาจทำให้สตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ระหว่างมีรอบเดือน และผู้ที่เป็นริดสีดวง เกิดอาการแพ้ได้จึงควรหลีกเลี่ยง
Home Spa สูตรว่านหางจระเข้บำรุงผิวงาม สปากำลังเป็นที่ฮิตถ้าคุณคิดว่าการไปใช้บริการสปานอกบ้านมีราคาแพง คุณลองมาทำสปาเพื่อผ่อนคลายและบำรุงผิวพรรณเองดีบ้านกันดีกว่า ...ทั้งสบายใจและประหยัดงบประมาณอีกด้วย ก่อนอื่นเตรียมเนื้อว่านหางจระเข้สดๆ ปั่นไว้ 1 ถ้วยตวง และเพื่อความสมบูรณ์แบบของสปา คุณควรเนรมิตห้องน้ำที่บ้านให้ได้บรรยากาศสปาเสียก่อน ง่ายๆ เพียงจุดเทียนหอมกลิ่นที่ชอบและช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นหรี่ไฟห้องน้ำลง (หากเป็นไฟที่มีดิมเมอร์) มีเพลงบรรเลงเบาๆ เคล้าคลออีกสักนิดก็ยิ่งสมบูรณ์แบบ จากนั้นคุณก็บรรจงเปิดน้ำลงอ่าง....
บำรุงผิวพรรณทั้งเรือนร่าง 1. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด 2. เปิดน้ำอุ่นลงในอ่างอาบน้ำพอที่จะแช่ตัวได้สบาย ผสมด้วยว่านหางจระเข้ปั่นที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน 3. ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ เนื้อนุ่มชุบน้ำว่านหางจระเข้ขัดถูให้ทั่วทั้งตัว คุณจะแช่หรือขัดตัวไปเรื่อยๆ ได้นานตราบเท่าที่คุณพอใจ 4. เมื่อแช่ตัวนานสมใจแล้ว ก็ซับตัวให้แห้ง โดยไม่ต้องล้างน้ำออก หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มลื่น เย็นสดชื่นของผิวกาย คนที่ตากแดดมามากจนผิวแสบ หรือ เป็นสิวที่หลัง มีผดผื่นคัน อาการต่างๆ ก็จะดีขึ้นด้วย
ดูแลผิวหน้านุ่มไร้สิว หากว่าคุณเป็นคนผิวหน้ามัน และมีสิวอักเสบ ผิวหน้าคล้ำจากแดด การปรนนิบัติผิวหน้าด้วยครีมพอกหน้าว่านหางจระเข้วิธีนี้เหมาะกับคุณมาก เพราะจะช่วยปรับสภาพผิวหน้าของคุณให้มีสุขภาพดีขึ้น 1. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่คุณใช้ประจำ 2. ประคบใบหน้าด้วยผ้าขนหนูอุ่นๆ จะใช้วิธีแช่ผ้าขนหนูในน้ำร้อนแล้วบิดหมาดๆ หรือนำผ้าขนหนูไปนึ่งไอน้ำให้อุ่นก็ได้ แล้วนำมาประคบใบหน้าทิ้งไว้ 10 นาที 3. จากนั้นก็ทำครีมพอกหน้าว่านหางจระเข้ โดยนำเกาลิน(ดินขาว) หาซื้อตามร้านขายยาแผนโบราณ ประมาณ ½ ถ้วย ผสมเข้ากับเนื้อว่านหางจระเข้สดปั่น ½ ถ้วย แล้วเคล้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน 4. นำครีมพอกหน้าว่านหางจระเข้ที่ได้ ทาพอกให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตาและรอบริมฝีปาก 5. เอนหลังนอนผ่อนคลายให้สบาย เพื่อรอให้ครีมพอกหน้าแห้งสนิท 6. เมื่อแห้งแล้วลองแกะออก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ให้เกลี้ยงเกลาหมดจด 7. ซับหน้าให้แห้ง แล้วตามด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ที่คุณใช้ประจำ คุณจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของผิวหน้าที่เนียนเรียบขึ้น
Home Spa สูตรว่านหางจระเข้นี้ไม่ยากเลย ทำเองได้ง่ายๆ ราคาก็ไม่แพง ที่สำคัญบำรุงความงามของผิวพรรณให้คุณได้ตั้งแต่ภายในสู่ภายนอกร่างกายเลยทีเดียว หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง คุณจะเป็นคนหนึ่งที่มีสุขภาพผิวสวย สดชื่นเนียนนุ่ม เกลี้ยงเกลาแน่นอนค่ะ ที่มา :นิตยสาร Health Today
14.10.08
10 เรื่องจริงของความงาม ที่คุณต้องรู้
10 เรื่องจริงของความงาม ที่คุณต้องรู้
1. สุดยอดแห่งความงามนั้นอยู่ที่จิตใจ เมื่อคุณรู้สึกดี คุณก็จะดูดีไปเองโดยปริยาย
2. ความเครียดคือศัตรูตัวฉกาจ! อ้างอิงโดย ดร.ชอน ทาลบอทท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์แห่งฟาร์มาเน็กซ์ กล่าว่าคอร์ติซอล (Cortisol) คือฮอร์โมนความเครียดตัวสำคัญซึ่งเป็นกุญแจหลักในการต่อสู้กับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ รวมถึงปัญหาความอ้วนคอร์ติซอลเป็นสารเคมีตามธรรมชาติเช่นเดียวกับอะดรีนาลีน ซึ่งร่างกายจะผลิตเมื่อเกิดความเครียด ขณะวิตกกังวลหรือเมื่ออยู่ในอันตราย หากการผลิตสารเคมีเกิดขึ้นในปริมาณมาก (ระหว่างเกิดอาการเครียด) สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่สำคัญได้ คือเกิดอาการอ่อนเพลียในระยะยาว ซึ่งการแก้ปัญหานั้นสามารถทำได้โดยการควบคุมสมดุลของคอร์ติซอลนั่นเอง
3. สิวคือสาเหตุแห่งความเครียด และในทางกลับกัน ความเครียดก่อให้เกิดสิว โดยอ้างอิงจาก ดร. อเล็กซา คิมบอล นักวิจัยนูสกิน ซึ่งระบุว่าช็อกโกแลต อาหารไม่เป็นประโยชน์ ตลอดจนการไม่ชำระล้างใบหน้านั้นไม่ก่อให้เกิดสิว! ระดับฮอร์โมนและแบคทีเรียที่ถูกสร้างขึ้นต่างหากคือสาเหตุสำคัญ ดังนั้น การควบคุมปัญหาการเกิดสิวจึงควรเริ่มต้นที่การดูแล ซึ่งมันก็ไม่ใช่เพียงการแต้มยารักษาบนสิวเท่านั้น
4. จากผลสำรวจและศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวที่ขัดแย้งกันของผู้หญิงสิงคโปร์ที่มีต่อสุขภาพและความงาม โดย 78% เห็นตรงกันว่าสุขภาพเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดสืบเนื่องจากอายุซึ่งมากขึ้น เช่นกันกับ 87% กล่าวว่าพวกเธอไม่ชอบหน้าตาที่เป็นอยู่ และ 75% รับไม่ได้กับริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้น
5. “โรคติดเชื้อทางผิวหนังอย่างโรคแผลเปื่อย (เรื้อนกวาง) เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในประเทศพัฒนาแล้ว” ฌอง ฟรังซัว ชาเรส ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์แห่งอีวอคซ์ (Evaux) กล่าว และจากการค้นคว้าล่าสุดโดยนักวิจัยชาวบอสตันจาก เลธ อิสราเอล ดีโคเนส เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Beth Israel Deaconess Medical Center) ยังได้ยืนยันทางเอกสารว่ามีความเกี่ยวพันกันระหว่างความเซนซิทีฟของผิวหนังในขั้นรุนแรง (79%) กับผู้ป่วยไมเกรน
6. จอยส์ ลิม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังกล่าวว่า “การรับประทานอาหารเสริมและการทาครีมประเภทคอลลาเจนนั้นไม่ได้ผล” การกระตุ้นคอลลาเจนจากภายในสำคัญที่สุด
7. คุณมีตัวเลขสุขภาพไหม การรู้ตัวว่าคุณอยู่ห่างจากอนุมูลอิสระเป็นกุญแจดอกสำคัญในการต่อสู้การถูกโจมตีในแต่ละวัน และอีกครั้งที่เทคโนโลยีได้กลายเป็นยุทธวิธีป้องกันแบบใหม่ฟาร์มาเน็กซ์ ไบโอโฟโตนิค สแกนเนอร์ (Pharmanex BioPhotonic Scanner) คือการวัดปริมาณแอนติออกซิแดนท์ของแคโรทีนนอยด์ โดยจะทำการบอกตัวเลขของจำนวนกิจกรรมเพื่อยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นวิธีแรกของโลกที่นับว่าไม่รุนแรง ถึงแม้ว่าขณะนี้วิธีดังกล่าวจะมีเฉพาะฟาร์มาเน็กซ์เท่านั้น ก็ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าเพื่ออนาคตของสุขภาพที่สมบูรณ์กว่า ตัวเลขของคุณอาจอยู่ถัดไปจากนี้ก็ได้
8. ระดับน้ำในผิวหนังของเรา เอสที ไมโครอีเล็คโทรนิค และลอรีอัล กำลังใช้ชิปผิวสัมผัสโดยเอสที ซึ่งเทคโนโลยีซิลิคอนอิมเมจ เซ็นเซอร์ในโปรเจ็กต์การวิจัยค้นคว้าเพื่อพัฒนาแบบแผนการวิเคราะห์รายละเอียดของระดับน้ำในผิวหนังมนุษย์ให้ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น (แหล่ง Beauty-uk.co.uk)
9. เราลดน้ำหนักไม่ลงสักที เพราะเรากินมากกว่าที่เรารับประทานมากกว่ามื้อปกติขณะดูทีวี ทำงาน และอ่านหนังสือ แถมยังปลดปล่อยตัวเองจากความเครียด หรือกดดันโดยการกินอีกด้วย ลองลงบันทึกว่าคุณรับประทานอะไรบ้างในแต่ละวัน จานใบเล็ก ช่วยให้กินได้น้อยลง นี่ไม่ได้พูดให้ทำตามนะ แต่มันได้ผลจริง ๆ
10. ได้ค้นพบว่า ด้วยปริมาณโพลีฟีนอลที่มีมากกว่าถึงสามเท่า ทำให้ชาขาวมีอานุภาพและประสิทธิภาพมากกว่าชาเขียว ชาขาวยังช่วยปกป้องโปรตีนในผิวหนัง ป้องกันผิวหน้าแตกแห้ง หลุดลอก จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเคส เวสเทิร์น รัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าชาขาวยังช่วยป้องกันเซลล์ซึ่งดูแลส่วนสำคัญของร่างกายที่ทำหน้าที่รักษาระบบภูมิคุ้มกันผิวหนัง อีกทั้งช่วยบรรเทาอาการของผิวหนังที่ถูกแสงแดดแผดเผาระยะยาว อันเป็นสาเหตุของปัญหาแก่ก่อนวัย
ที่มา : women.sanook
1. สุดยอดแห่งความงามนั้นอยู่ที่จิตใจ เมื่อคุณรู้สึกดี คุณก็จะดูดีไปเองโดยปริยาย
2. ความเครียดคือศัตรูตัวฉกาจ! อ้างอิงโดย ดร.ชอน ทาลบอทท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์แห่งฟาร์มาเน็กซ์ กล่าว่าคอร์ติซอล (Cortisol) คือฮอร์โมนความเครียดตัวสำคัญซึ่งเป็นกุญแจหลักในการต่อสู้กับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ รวมถึงปัญหาความอ้วนคอร์ติซอลเป็นสารเคมีตามธรรมชาติเช่นเดียวกับอะดรีนาลีน ซึ่งร่างกายจะผลิตเมื่อเกิดความเครียด ขณะวิตกกังวลหรือเมื่ออยู่ในอันตราย หากการผลิตสารเคมีเกิดขึ้นในปริมาณมาก (ระหว่างเกิดอาการเครียด) สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่สำคัญได้ คือเกิดอาการอ่อนเพลียในระยะยาว ซึ่งการแก้ปัญหานั้นสามารถทำได้โดยการควบคุมสมดุลของคอร์ติซอลนั่นเอง
3. สิวคือสาเหตุแห่งความเครียด และในทางกลับกัน ความเครียดก่อให้เกิดสิว โดยอ้างอิงจาก ดร. อเล็กซา คิมบอล นักวิจัยนูสกิน ซึ่งระบุว่าช็อกโกแลต อาหารไม่เป็นประโยชน์ ตลอดจนการไม่ชำระล้างใบหน้านั้นไม่ก่อให้เกิดสิว! ระดับฮอร์โมนและแบคทีเรียที่ถูกสร้างขึ้นต่างหากคือสาเหตุสำคัญ ดังนั้น การควบคุมปัญหาการเกิดสิวจึงควรเริ่มต้นที่การดูแล ซึ่งมันก็ไม่ใช่เพียงการแต้มยารักษาบนสิวเท่านั้น
4. จากผลสำรวจและศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวที่ขัดแย้งกันของผู้หญิงสิงคโปร์ที่มีต่อสุขภาพและความงาม โดย 78% เห็นตรงกันว่าสุขภาพเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดสืบเนื่องจากอายุซึ่งมากขึ้น เช่นกันกับ 87% กล่าวว่าพวกเธอไม่ชอบหน้าตาที่เป็นอยู่ และ 75% รับไม่ได้กับริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้น
5. “โรคติดเชื้อทางผิวหนังอย่างโรคแผลเปื่อย (เรื้อนกวาง) เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในประเทศพัฒนาแล้ว” ฌอง ฟรังซัว ชาเรส ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์แห่งอีวอคซ์ (Evaux) กล่าว และจากการค้นคว้าล่าสุดโดยนักวิจัยชาวบอสตันจาก เลธ อิสราเอล ดีโคเนส เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Beth Israel Deaconess Medical Center) ยังได้ยืนยันทางเอกสารว่ามีความเกี่ยวพันกันระหว่างความเซนซิทีฟของผิวหนังในขั้นรุนแรง (79%) กับผู้ป่วยไมเกรน
6. จอยส์ ลิม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังกล่าวว่า “การรับประทานอาหารเสริมและการทาครีมประเภทคอลลาเจนนั้นไม่ได้ผล” การกระตุ้นคอลลาเจนจากภายในสำคัญที่สุด
7. คุณมีตัวเลขสุขภาพไหม การรู้ตัวว่าคุณอยู่ห่างจากอนุมูลอิสระเป็นกุญแจดอกสำคัญในการต่อสู้การถูกโจมตีในแต่ละวัน และอีกครั้งที่เทคโนโลยีได้กลายเป็นยุทธวิธีป้องกันแบบใหม่ฟาร์มาเน็กซ์ ไบโอโฟโตนิค สแกนเนอร์ (Pharmanex BioPhotonic Scanner) คือการวัดปริมาณแอนติออกซิแดนท์ของแคโรทีนนอยด์ โดยจะทำการบอกตัวเลขของจำนวนกิจกรรมเพื่อยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นวิธีแรกของโลกที่นับว่าไม่รุนแรง ถึงแม้ว่าขณะนี้วิธีดังกล่าวจะมีเฉพาะฟาร์มาเน็กซ์เท่านั้น ก็ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าเพื่ออนาคตของสุขภาพที่สมบูรณ์กว่า ตัวเลขของคุณอาจอยู่ถัดไปจากนี้ก็ได้
8. ระดับน้ำในผิวหนังของเรา เอสที ไมโครอีเล็คโทรนิค และลอรีอัล กำลังใช้ชิปผิวสัมผัสโดยเอสที ซึ่งเทคโนโลยีซิลิคอนอิมเมจ เซ็นเซอร์ในโปรเจ็กต์การวิจัยค้นคว้าเพื่อพัฒนาแบบแผนการวิเคราะห์รายละเอียดของระดับน้ำในผิวหนังมนุษย์ให้ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น (แหล่ง Beauty-uk.co.uk)
9. เราลดน้ำหนักไม่ลงสักที เพราะเรากินมากกว่าที่เรารับประทานมากกว่ามื้อปกติขณะดูทีวี ทำงาน และอ่านหนังสือ แถมยังปลดปล่อยตัวเองจากความเครียด หรือกดดันโดยการกินอีกด้วย ลองลงบันทึกว่าคุณรับประทานอะไรบ้างในแต่ละวัน จานใบเล็ก ช่วยให้กินได้น้อยลง นี่ไม่ได้พูดให้ทำตามนะ แต่มันได้ผลจริง ๆ
10. ได้ค้นพบว่า ด้วยปริมาณโพลีฟีนอลที่มีมากกว่าถึงสามเท่า ทำให้ชาขาวมีอานุภาพและประสิทธิภาพมากกว่าชาเขียว ชาขาวยังช่วยปกป้องโปรตีนในผิวหนัง ป้องกันผิวหน้าแตกแห้ง หลุดลอก จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเคส เวสเทิร์น รัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าชาขาวยังช่วยป้องกันเซลล์ซึ่งดูแลส่วนสำคัญของร่างกายที่ทำหน้าที่รักษาระบบภูมิคุ้มกันผิวหนัง อีกทั้งช่วยบรรเทาอาการของผิวหนังที่ถูกแสงแดดแผดเผาระยะยาว อันเป็นสาเหตุของปัญหาแก่ก่อนวัย
ที่มา : women.sanook
แก้ไข โยโย แอฟเฟค
แก้ไข โยโย แอฟเฟค
คนที่ทานยาลดความอ้วน หรือ กินอาหารที่มีแคลอรีต่ำๆ ตอนแรกๆ ก็ผอมลง รู้สึกดีอกดีใจใหญ่ ว่าตูผอมแล้วเฟ้ย แต่ต่อมาไม่นาน สวรรค์ที่อยู่ตรงหน้า ก็พลันพังทลาย หลังจากที่หยุดกินยา หรือ กลับมาทานปกติ ปรากฏว่า อ้วนเอา อ้วนเอา จนกลับมาอ้วนกว่าเก่า เรียกว่าเจอฤทธิ์เดช ของเจ้า โยโย แอฟเฟคเข้าแล้ว (จากสถิติ พบว่า 95% ที่ลดน้ำหนักลงได้ จะกลับมามีน้ำหนักเหมือนเดิมหรือมากกว่า ภายในระยะเวลา 3 ปี)
ที่นี้ พอจะหันมาลดความอ้วนใหม่ คราวนี้แหละ ยากมากๆ แต่ก่อนลดเร็วปรู๊ดปราด ตอนนี้กว่าจะลดขีด ลดกิโลละก็ เลือดตาแทบกระเด็น ถึงแม้จะออกกำลังกายอย่างเคร่งครัดก็ตาม จนหลายคนหมดความอดทนกลับไปกินยา หรือ กินอาหารแคลอรีต่ำๆอีก กลายเป็นวัฏฏสงสาร เวียนว่ายตายเกิด อ้วนแล้วผอม ผอมแล้วอ้วน อยู่อย่างนี้ คนที่อ้วนๆผอมๆอยู่ตลอดเวลานี้น่ากลัวมากนะครับ ถึงขนาดที่ว่า หากเป็นอย่างนี้ อย่าลดเลยดีกว่า
อันตรายขนาดไหน นะหรือ
มีผลการศึกษาวิจัย ของ ดร. คอลิเนีย อูริช จาก Fred Hutchinson Cancer Research Center ซึ่งร่วมมือกับทาง University of Washington ตีพิมพ์ผลในวารสารทางการแพทย์ Journal of the American Dietetic Association พบว่า โยโย แอฟเฟค มีผลในทางลบกับ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย คือ มันจะทำให้ ความสามารถในการถล่มกับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายลดน้อยลง เมื่อเทียบกับ คนที่มีน้ำหนักคงที่ ไม่ค่อยลด หรือ เพิ่ม
พูดง่ายๆว่า คนที่เกิดอาการ โยโย แอฟเฟคนี้ โอกาสที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บก็จะง่ายกว่า คนที่น้ำหนักคงที่
เห็นอย่างนี้ คนอ้วนหลายคนบอกว่า อย่างนี้ไม่ลดดีกว่า
เดี่ยวก่อนท่านทั้งหลาย อย่าพึ่งด่วนสรุปเร็วจี๋ขนาดนั้น คนที่อ้วนก็ควรจะต้องลดกันต่อไป แต่ต้องรู้ว่า อย่าให้น้ำหนักมันกลับคืนมาอ้วนอีก
ก็โดยการออกกำลังกาย และ ควบคุมอาหาร ตามแนวทางที่หนังสือเล่มที่คุณถืออยู่นี้บอกเอาไว้นั่นนะสิ ดร. อูริช ยังเห็นด้วย โดยบอกว่า การออกกำลังกายนี้จะช่วยลดผลร้ายที่มีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ที่เกิดจากการที่มีน้ำหนักที่ลดลง และทำให้น้ำหนักตัวคงที่ด้วย
ก็ขอเตือนคนที่คิดจะลดโดยการกินยาลดความอ้วนอีกที ว่าคุณจะเอาสุขวันนี้ แล้วมานั่งทุกข์ในวันข้างหน้าหรือครับ
สำหรับคนที่เจอ โยโย แอฟเฟค เข้าแล้ว สิ่งที่ต้องจำไว้ให้ดี คือ อย่าหวนคืนไปผิดเป็นครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่ ทางที่ถูกคือ หันมากินแบบเพื่อสุขภาพ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่า ร่างกายจะต้องใช้เวลาปรับตัวจาก โยโย แอฟเฟค บ้าง แต่ให้ใจเย็นๆ ทานให้ครบทุกมื้อ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แล้วจะดีเอง
จำไว้ว่า เมื่อเกิดโยโย แอฟเฟค อย่าพยายามลดครั้งใหม่โดยการกินอาหารแคลอรีต่ำๆอีก ที่มา : siamfitness
คนที่ทานยาลดความอ้วน หรือ กินอาหารที่มีแคลอรีต่ำๆ ตอนแรกๆ ก็ผอมลง รู้สึกดีอกดีใจใหญ่ ว่าตูผอมแล้วเฟ้ย แต่ต่อมาไม่นาน สวรรค์ที่อยู่ตรงหน้า ก็พลันพังทลาย หลังจากที่หยุดกินยา หรือ กลับมาทานปกติ ปรากฏว่า อ้วนเอา อ้วนเอา จนกลับมาอ้วนกว่าเก่า เรียกว่าเจอฤทธิ์เดช ของเจ้า โยโย แอฟเฟคเข้าแล้ว (จากสถิติ พบว่า 95% ที่ลดน้ำหนักลงได้ จะกลับมามีน้ำหนักเหมือนเดิมหรือมากกว่า ภายในระยะเวลา 3 ปี)
ที่นี้ พอจะหันมาลดความอ้วนใหม่ คราวนี้แหละ ยากมากๆ แต่ก่อนลดเร็วปรู๊ดปราด ตอนนี้กว่าจะลดขีด ลดกิโลละก็ เลือดตาแทบกระเด็น ถึงแม้จะออกกำลังกายอย่างเคร่งครัดก็ตาม จนหลายคนหมดความอดทนกลับไปกินยา หรือ กินอาหารแคลอรีต่ำๆอีก กลายเป็นวัฏฏสงสาร เวียนว่ายตายเกิด อ้วนแล้วผอม ผอมแล้วอ้วน อยู่อย่างนี้ คนที่อ้วนๆผอมๆอยู่ตลอดเวลานี้น่ากลัวมากนะครับ ถึงขนาดที่ว่า หากเป็นอย่างนี้ อย่าลดเลยดีกว่า
อันตรายขนาดไหน นะหรือ
มีผลการศึกษาวิจัย ของ ดร. คอลิเนีย อูริช จาก Fred Hutchinson Cancer Research Center ซึ่งร่วมมือกับทาง University of Washington ตีพิมพ์ผลในวารสารทางการแพทย์ Journal of the American Dietetic Association พบว่า โยโย แอฟเฟค มีผลในทางลบกับ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย คือ มันจะทำให้ ความสามารถในการถล่มกับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายลดน้อยลง เมื่อเทียบกับ คนที่มีน้ำหนักคงที่ ไม่ค่อยลด หรือ เพิ่ม
พูดง่ายๆว่า คนที่เกิดอาการ โยโย แอฟเฟคนี้ โอกาสที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บก็จะง่ายกว่า คนที่น้ำหนักคงที่
เห็นอย่างนี้ คนอ้วนหลายคนบอกว่า อย่างนี้ไม่ลดดีกว่า
เดี่ยวก่อนท่านทั้งหลาย อย่าพึ่งด่วนสรุปเร็วจี๋ขนาดนั้น คนที่อ้วนก็ควรจะต้องลดกันต่อไป แต่ต้องรู้ว่า อย่าให้น้ำหนักมันกลับคืนมาอ้วนอีก
ก็โดยการออกกำลังกาย และ ควบคุมอาหาร ตามแนวทางที่หนังสือเล่มที่คุณถืออยู่นี้บอกเอาไว้นั่นนะสิ ดร. อูริช ยังเห็นด้วย โดยบอกว่า การออกกำลังกายนี้จะช่วยลดผลร้ายที่มีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ที่เกิดจากการที่มีน้ำหนักที่ลดลง และทำให้น้ำหนักตัวคงที่ด้วย
ก็ขอเตือนคนที่คิดจะลดโดยการกินยาลดความอ้วนอีกที ว่าคุณจะเอาสุขวันนี้ แล้วมานั่งทุกข์ในวันข้างหน้าหรือครับ
สำหรับคนที่เจอ โยโย แอฟเฟค เข้าแล้ว สิ่งที่ต้องจำไว้ให้ดี คือ อย่าหวนคืนไปผิดเป็นครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่ ทางที่ถูกคือ หันมากินแบบเพื่อสุขภาพ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่า ร่างกายจะต้องใช้เวลาปรับตัวจาก โยโย แอฟเฟค บ้าง แต่ให้ใจเย็นๆ ทานให้ครบทุกมื้อ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แล้วจะดีเอง
จำไว้ว่า เมื่อเกิดโยโย แอฟเฟค อย่าพยายามลดครั้งใหม่โดยการกินอาหารแคลอรีต่ำๆอีก ที่มา : siamfitness
Subscribe to:
Posts (Atom)