22.11.08

สุขภาพหญิงกับเชื้อโรครอบตัว

สุขภาพหญิงกับเชื้อโรครอบตัว

ในขณะที่ดำเนินกิจวัตรประจำวัน
ทุกคนต้องเผชิญกับมลภาวะที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆ ที่นับวันจะยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสถานที่สาธารณะส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรค โดยเฉพาะในที่ที่มีผู้คนหนาแน่น มีการแบ่งปันหรือใช้สิ่งของร่วมกัน คุณอาจสงสัยว่า ผู้หญิงกับผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงรับเชื้อต่างกันหรือไม่ คงตอบได้ว่าพอๆ กันแต่น่าสังเกตว่าโดยลักษณะนิสัยตามธรรมชาติ แม้ผู้หญิงจะใส่ใจความสะอาด สนใจการดูแลสุขภาพร่างกายมากกว่าชาย แต่ก็ต้องเผชิญกับการรับเชื้อโรคไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ซึ่งกิจกรรมในชีวิตประจำวันต่อไปนี้ล้วนเป็นสิ่งใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรให้ความสำคัญและเอาใจใส่มากขึ้น เพื่อลดอัตราการติดเชื้อที่จะเกิดขึ้น


ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะระวังเชื้อโรค
ในยุคน้ำมันแพงเช่นนี้ หลายคนจึงดำเนินนโยบายรัดเข็มขัด ประหยัดค่าใช้จ่าย พึ่งพาบริการรถโดยสารสาธารณะเท่าที่ทำได้ เช่น เรือ รถประจำทาง รถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดิน ซึ่งคำนวณแล้วประหยัดกว่าขับรถ หรือนั่งรถรับจ้างสาธารณะพอสมควร แต่ก็มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโรคมากเช่นกันเนื่องจากมีผู้โดยสารใช้บริการมาก เกิดความแออัดในห้องโดยสารที่ไม่มีการระบายอากาศที่ดีพอ บานกระจก บานประตู ราวจับ เบาะโดยสาร ฯลฯ ผ่านการจับ หรือสัมผัสจากมือนับไม่ถ้วน ซึ่งหากมีคนใดคนหนึ่งป่วย ก็อาจแพร่กระจายโรคไปสู่คนอื่นอย่างง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่น เชื้อไข้หวัด โรคตาแดง ผื่นคัน เป็นต้น เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้หญิงติดนิสัยสำรวจตนเองให้ดูดี จึงอาจเผลอเสยผม ลูบผม จับหน้า ฯลฯ เปิดโอกาสให้ร่างกายรับเชื้อง่ายขึ้น ดังนั้นหลังจากขึ้น-ลงรถโดยสารทุกครั้งพยายามล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสหน้า ขยี้ตา เพราะอย่างน้อยก็อาจทำให้เกิดสิวอักเสบได้ง่าย

โต๊ะทำงานแหล่งสะสมเชื้อโรค!
ฟังดูแล้วอาจไม่น่าเชื่อ แต่โต๊ะคอมพิวเตอร์มีเชื้อโรคมากกว่าโถชักโครกถึง 400 เท่า หากละเลยการทำความสะอาดโต๊ะทำงาน ไม่ได้เช็ดถูเป็นประจำทุกวัน ยิ่งสาวๆ คนใดนิยมหยิบขนมรับประทานพลางขณะพิมพ์งาน เศษขนมเอย ความมันของอาหารที่ติดที่มือก็ยังคงติดอยู่บนแป้นพิมพ์ โต๊ะทำงาน ฯลฯ อย่างไรก็ตามแม้ว่าเชื้อโรคที่ตรวจพบบนโต๊ะทำงานส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่ก็มีเชื้อไวรัสปะปนอยู่ บ้างก็เป็นไวรัสไข้หวัด ไวรัสหูด โดยจะตรวจพบบ่อยตามโทรศัพท์ แป้นพิมพ์ เพราะทั้งสองอย่างล้วนเป็นสิ่งที่จับต้องบ่อย ยิ่งเอื้ออำนวยให้ติดเชื้อง่ายยิ่งขึ้นหากร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ การทำความสะอาดโต๊ะทำงานเป็นประจำ ใช้ทิชชูเนื้อหนา หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ด ก่อนลงมือทำงานทุกเช้า หรือใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดแป้นพิมพ์สัปดาห์ละครั้งก็ยังดี ถ้าเป็นหูโทรศัพท์ให้ใช้แอลกอฮอล์ชุบสำลีเช็ดบางๆ และอย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนจับ หรือสัมผัสหน้า

หุ่นสวยที่ฟิตเนสแต่กลับติดเชื้อที่ผิวหนังแทน?
โดยทั่วไปฟิตเนสที่ได้มาตรฐานจะมีการจัดการและดูแลความสะอาดอย่างดี อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่สามารถติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อไวรัสและราอย่างดี เพราะทั้งเปียกและชื้นจากเหงื่อหรือน้ำเฉอะแฉะในห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คนเดินย่ำไปมาทำให้เชื้อโรคอาศัยอยู่ตามพื้น โรคส่วนใหญ่ที่เกิดคือ หูดที่เกิดจากไวรัส หรืออาการคันตามง่ามนิ้วเท้าจากการติดเชื้อรา ดังนั้นจึงควรใส่รองเท้าฟองน้ำก่อนเข้าห้องน้ำทุกครั้ง และไม่ควรเดินเท้าเปล่าบริเวณห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า นอกจากนี้หลังออกกำลังกายอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ให้เช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งก่อนสวมใส่รองเท้า เปลี่ยนใส่ถุงเท้าคู่ใหม่ เพื่อป้องกันเท้าอับชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดเชื้อราที่เท้าเช่นกัน ส่วนหญิงที่ติดเล็บปลอม หรือต่อเล็บอะคริลิค ยิ่งต้องใส่ใจทำความสะอาดเล็บยิ่งกว่าคนอื่น เนื่องจากการติดเล็บปลอมทำให้เชื้อแบคทีเรีย และยีสต์เข้าไปซุกซ่อนตามขอบเล็บ และเข้าไปเติบโตได้ง่าย ดังนั้นหยิบจับสิ่งใดต้องหมั่นใช้แปรงขัดเล็บให้สะอาด หรือหากต้องสัมผัสอาหารด้วยมือโดยตรง ควรล้างมือให้สะอาดก่อนเสมอ

ทำธุระเบาหรือหนัก ตามห้องน้ำสาธารณะยิ่งต้องระวัง
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิง ไปไหนมาไหนต้องใส่ใจเรื่องสุขอนามัยเป็นอันดับแรกๆ การเข้าห้องน้ำยิ่งต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ ห้องน้ำปกติเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคมากมาย แม้แต่ห้องน้ำส่วนตัวที่ใช้เป็นประจำทุกวันยังมั่นใจในความสะอาดได้ไม่ถึง 100% เมื่อไปใช้ห้องน้ำสาธารณะ ความมั่นใจยิ่งลดลงหลายเท่าตัว

ในกรณีห้องน้ำชักโครก ก่อนนั่งควรทำความสะอาดฝารองนั่งให้สะอาด ใช้ทิชชูแบบเปียกชนิดฆ่าเชื้อ กระดาษชำระเช็ดให้สะอาด หรือปูกระดาษรองนั่งก่อนทำธุระ (พกติดกระเป๋าไว้) นอกจากนี้ยังต้องสังเกตว่าสายชำระสะอาดหรือไม่ ทางที่ดีควรฉีดให้น้ำไหลทิ้งประมาณ 1 นาที เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ปะปนบริเวณรอบๆ สายชำระ หากมีสนิมขึ้นบริเวณหัวฉีด แนะนำให้ใช้ทิชชู ดีกว่า สุดท้ายหลังทำธุระทุกครั้งต้องล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง

อุปกรณ์แต่งหน้าเพิ่มความสวยแต่เต็มไปด้วยเชื้อโรค
อุปกรณ์แต่งหน้าไม่ว่าจะเป็นฟองน้ำ แปรงแต่งหน้าซึ่งทำจากขนประเภทใด เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น สิวอักเสบ หรือตาแดง จากเชื้อ Staphylococcus ดังนั้นก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง ต้องทำความสะอาดใบหน้าและมือทุกครั้ง หมั่นล้างพวกฟองน้ำ แปรงแต่งหน้าทุกอาทิตย์ ตากให้แห้งในที่ลมพัด อากาศถ่ายเท จนกระทั่งแห้งสนิทค่อยเก็บไปใช้ หรือหากไม่มีเวลาให้เช็ดแปรงต่างๆ ด้วยแอลกอฮอล์ ที่สำคัญต้องไม่ใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่น เพราะยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อ แพร่กระจายเชื้อได้อย่างดี ยกตัวอย่างเช่น เคาน์เตอร์เครื่องสำอางตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป มักมีบริการทดลองแต่งหน้าแก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งอุปกรณ์แต่งหน้ามักต้องแบ่งใช้ หากสังเกตดีๆ บางแห่งใช้จนฟองน้ำกลายเป็นสีคล้ำ แปรงแต่งหน้ามีฝุ่นจากเครื่องสำอางจับหนา ดังนั้นหากต้องการทดลองแต่งหน้า สามารถบอกให้ช่างทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนทุกครั้ง หรือยื่นอุปกรณ์แต่งหน้าส่วนตัวให้ใช้จะดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาสคาร่า และลิปสติกแบบน้ำ ซึ่งต้องสัมผัสกับขนตา และผิวหนังโดยตรง หากลองใช้ อาจติดเชื้อตาอักเสบ หรือเป็นเริมที่ริมฝีปากเป็นของแถม แทนที่จะสวยกลับต้องไปหาหมอ เสียเงินรักษา

โดยธรรมชาติผู้หญิงถูกกำหนดให้มีทรวดทรง รูปร่ างที่ซับซ้อน รักความสวยงาม มักมีการปรับปรุงแต่งเติมต่างๆ จึงจำเป็นต้องใส่ใจรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ ดังนั้นสภาพแวดล้อมใดที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อง่าย ก็ควรหลีกเลี่ยง หาทางป้องกันเสียก่อน เพราะหากเป็นขึ้นมาแล้วจะยิ่งดูแลลำบากมากขึ้น แม้ว่าเกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก แต่หากหมั่นดูแลร่างกาย จะสบายและภูมิใจที่เป็นหญิงค่ะ

ที่มา : HealthToday